หลังถูกว่าไม่อยากปิดคดีน้องชมพู่ เพราะกลัวเงินบริจาคหาย ลุงพลพูดทันที

กลับมาเป็นกระแสดราม่าอีกครั้งหนึ่งสำหรับกรณีของ ภรรยาสาวของ หมอปลา ที่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วงเหลือในคดีน้องชมพู่

ซึ่งได้นัดแนะกับลุงพลไว้ในวันที่ 6 ธ ค 63 แต่สุดท้ายกลับโดนเทไม่เป็นท่า เมื่อมาถึงบ้านของลุงพลแล้วนั้น ลุงพลป้าเเต๋น

ไม่อยู่บ้านซะได้ แถมยังเดินทางไปกรุงเทพฯ อีกต่างหาก งานนี้ ทำเอาน้ำฟ้า ภรรยาหมอปลา ถึงกับหลั่งน้ำตา เพราะขับรถ

มายังบ้านของลุงพล เป็นระยะทางหลายร้อยกิโลแต่กลับโดนเท ไม่ยอมบอก ปล่อยให้มาเก้อซะได้

โดยในเวลาต่อมานั้น หมอปลาหรือนายจีระพันธ์ เพชรขาว มือปราบสัมภเวสี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า คน 3 ประเภทที่ไม่ควรลืมในีวิต

คนที่เดินจากเรายามลำบาก

และคนที่ทำให้เราตกสถานการณ์ลำบาก

ในวันที่เราแย่มิตรแท้จะปรากฏตัว

ตอนลำบากเรามีใคร ตอนสบายอย่าคิดไปหลงคนอื่น#ให้ขอบคุณทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต! #เรื่องดี ๆ บางครั้งสอนเราไม่ได้!

#แต่เรื่องร้าย ๆ บางครั้งอาจสอนเราได้เสมอ #มีความสุขกับวันหยุดเกือบยาวนะเพื่อน ๆ #รักษาสุขภาพกันด้วยน๊าา

#เพื่อนแท้คนหนึ่งมีค่ากว่าญาติหมื่นคน! #หมอปลาได้กล่าวไว้

ล่าสุดวันที่ 8 ธันวาคม 63 น.ส.รภัสสรณ์ ฤทธิธนไพบูลย์ หรือน้ำฟ้า ภรรยาหมอปลา เปิดเผยว่า วันนี้ได้เจอลุงพลแล้ว

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ลุงพลมาหาที่รีสอร์ต ได้เคลียร์ใจกันไปในระดับหนึ่ง ความสัมพันธ์ยังอยู่ในระดับดี แต่คงไม่ 100เปอร์เซ็นต์

เพราะความรู้สึกเหมือนโดนทำร้าย ความรู้สึกดีขึ้น ต้องให้เวลาให้โอกาสตัวเองทำใจ เพราะเหมือนคนโดนทิ้งแล้วเคว้ง

ถ้าจะให้ดีเหมือนเดิมก็คงเหมือนจะดูว่าแกล้งทำ เพราะเราไม่ใช่นักแสดง

ส่วนในวันพรุ่งนี้ (9 ธันวาคม 63) หมอปลาจะตามมาที่บ้านกกกอก ยอมรับว่าดีใจหมอปลาเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดของชีวิตแล้ว

อยากฝากให้ทุกคนที่ติดตามข่าว ยอมรับว่าตนกับลุงพลเคลียร์กันแล้ว แต่ยังไม่ 100% และยอมถอยให้กันแล้ว

ขณะที่ ป้าแต๋น กล่าวว่า เรื่องผิดนัดอาจจะเป็นการสื่อสารกันผิด ความเข้าใจคงต่างกันยอมรับว่า ตนผิดเองที่ไม่ได้โทรศัพท์

ไปบอกพี่น้ำฟ้า ว่าจะเอาของไปให้หลานที่กรุงเทพฯ ตนอยากขอโทษ ผิดที่ลุงกับป้าเองที่ไม่ได้สื่อสารกันตรงๆ

ขณะที่พี่น้ำฟ้าร้องไห้ ตนเห็นหลังจากขับรถไปกทม. กับลุงพล จึงบอกลุงว่า พี่น้ำฟ้าร้องไห้แล้ว ตนก็กังวลใจ เมื่อทำธุระ

ที่กรุงเทพฯเสร็จ จึงรีบกลับมาบ้านกกกอก และขอให้พี่น้ำฟ้ายังอยู่ ลุงพลจึงรีบขับรถมาเคลียร์ปัญหาที่ค้างคาใจกัน

อยากจะมาคุย อยากขอโทษเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

เรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนว่า ถ้าเรานัดกับใครแล้ว เราจะไปไหนต้องบอกคนที่เรานัดก่อน ลุงกับป้าเป็นชาวบ้าน คิดว่าพี่น้ำฟ้า

คงจะเข้าใจ หลังจากนี้วันที่ 9 ธันวาคม 63 ที่หมอปลา กับผู้ใหญ่บ้าน จะเดินทางไปถามความคืบหน้า คดีน้องชมพู่

กับผู้การฯ จ.มุกดาหาร ยืนยันว่าตนกับลุงพลไปอยู่แล้ว เพราะอยากจะรู้ว่า ความคืบหน้าของคดีไปถึงไหนแล้ว

ต่อมา ลุงพล เดินทางไปบ้านของ นายนิ่ม เงินนาม ผู้ใหญ่บ้านกกอก โดยมีภรรยาผู้ใหญ่บ้าน มาร่วมนั่งพูดคุยด้วย

โดยลุงพล ได้พูดคุยเคลียร์ใจเรื่องที่เข้าใจผิดกัน และประเด็นเงินบริจาคสร้างศาลาวัดภูหลวงและเงินค่าแรงของช่างก่อสร้าง

ที่ชาวเน็ตโซเชียลตั้งข้อสงสัยว่า ลุงพลเอาเงินไปไหน จ่ายค่าแรงชาวบ้านแล้วหรือยัง

ขณะเดียวกันลุงพล แสดงเอกสารรายรับรายจ่ายที่ใช้ซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างให้ผู้ใหญ่บ้านและยูทูบเบอร์ ตรวจสอบดูและเอาเงิน

ค่าจ้าง 30,900 บาท บางคนไม่เอาค่าแรง และมีชาวบ้านที่ร่วมก่อสร้าง 10 คน ขอรับเงินค่าจ้าง จึงเอาเงินส่วนนี้มาให้

ส่วนค่าแรงของชาวบ้าน ที่ไม่เอาเงินค่าแรง ที่เหลืออยู่ 27,900 บาทก็จะบริจาคให้วัดต่อไป ขณะเดียวกัน ลุงพลและผู้ใหญ่บ้าน

เคลียร์ใจกันทุกประเด็นที่ค้างคาใจและได้พูดคุยกันแล้ว

หลังจากนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกัน โดยลุงพลได้เชิญชวนผู้ใหญ่บ้าน เเละภรรยาผู้ใหญ่บ้าน ไปร่วมงานบวงสรวงที่ศาลหน้าบ้าน

ในวันที่ 10 ธันวาคม 63 ซึ่งผู้ใหญ่บ้านบอกว่า ถ้ามีเวลาว่างจะไปร่วมงานด้วย หลังจากนั้นลุงพล บอกว่า ทุกคนต่างมีความคิด

ของตัวเอง จะทำอะไรถูกใจทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ ตนกับผู้ใหญ่บ้านยังอยู่ร่วมกันได้ ปกติไม่มีปัญหา ทุกวันนี้ตนเป็นบุคคลสาธารณะ

ไปแล้ว จึงมีคนสนใจติดตามเรื่องราวในชีวิต จนกระทั่งมีคนโจมตีผู้ใหญ่บ้าน จึงขอบอกว่า เป็นความคิดของชาวโซเชียลฯ เอง

ทั้งนี้ ลุงพล ยังชี้แจงเรื่องที่มีเพจตั้งข้อสังเกตว่า 2 สามีภรรยาที่ใจบุญสร้างบ้านให้ฟรี ๆ จำนวน 300,000 บาท จะมาขอเงินคืน

ตนขอยืนยันว่า ทั้งคู่ไม่ได้มาขอเงินคืน แต่มีช่วงที่เขาไม่สบาย แลกเปลี่ยนสกุลเงินตราไม่ทัน จึงขอความช่วยเหลือ ตนกับป้าแต๋น

จึงช่วยเหลือไปจำนวนหนึ่ง ส่วนค่าสร้างบ้าน คนใจบุญบอกว่า หมดเงินไปประมาณ 300,000 บาท

ขณะที่ในโลกออนไลน์ ตั้งข้อสังเกตว่า ญาติ ๆ ไม่อยากให้ปิดคดี เพราะกลัวเงินบริจาคหาย ลุงพลชี้แจงว่า เรื่องคดีน้องชมพู่

กับเงินบริจาค ไม่เกี่ยวกันเลย เพราะที่ตนเปิดบัญชีบริจาคเงิน เพื่อนำไปทำบุญสร้างศาลาวัด และค่าใช้จ่ายทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้

โปร่งใสไม่มีทางสูญหาย และปิดบัญชีไปแล้ว

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

นอกจากนี้ ตนอยากฝากถึงแฟน ๆ ว่า วันนี้ชีวิตเปลี่ยนไปจากลุงพลคนเดิม มีหลายๆ คน บอกว่า ทุกวันนี้ตนเป็นคนลืมตัวไปแล้ว

ไปไหนต้องมีคนติดตาม จริง ๆ แล้วตนก็อยากเป็นคนธรรมดา แต่มีคนมามอบดอกไม้ให้ ขอถ่ายรูป เกาะติดชีวิต ขอทำช่องยูทูบ

ตนไม่อยากขัดใจ ทำก็ทำ ถ้าไม่ผิดกฎหมายก็ทำได้

แต่บางครั้งอยากจะขอความร่วมมือ เวลาส่วนตัวมันหายไปหมด อยากจะฝากยูทูบเบอร์ทุกช่อง ถ้าอยากจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

ถ้าเตือนก็ให้ช่วยกัน ตนไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล พยายามที่จะปล่อยวางทุกเรื่องให้หมด

อ่านเพิ่มเติม